Posted by: dudeplace on: พฤษภาคม 27, 2009

Android logo
หลังจากไอโฟน(iPhone)เปิดตัวออกสู่ตลาด และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ในการนำเสนอรูปแบบการใช้งาน “สมาร์ทโฟน หรือ พีดีเอ โฟน” วิธีใหม่ ที่ใช้งานง่าย ผ่านการสั่งการด้วยใช้นิ้วสัมผัส ลาก หรือเคาะ ส่งผลให้“ไอโฟน” สามารถยกระดับตัวเองขึ้นเป็นผู้นำในตลาด สมาร์ทโฟน แซงหน้าค่ายเก่าแก่ หลายค่าย ซึ่งครองตลาดนี้มานาน
แน่นอนความสำเร็จในครั้งนี้ ความดีความชอบ ไม่ได้ตกไปอยู่ในแผนกออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างเดียว แต่จะต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่ง ให้โปรแกรมเมอร์ผู้พัฒนา ซอฟต์แวร์ iPhone OS ซึ่งสามารถสร้างมาตรฐานของระบบประสานงานกับผู้ใช้ (User Interface) ใหม่ ทั้งในแง่การใช้งาน หรือการต่อเติมซอฟต์แวร์ โดยการเปิดให้นักพัฒนาภายนอกมาร่วมพัฒนา ซึ่งแนวทางนี้ส่งผลให้ ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานบน iPhone OS มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วางขาย หรือให้โหลดฟรี บน App Store และสุดท้ายกลายมาเป็น โมเดลทางธุรกิจ ที่ทำให้ผู้ผลิตมือถือค่ายอื่นๆ ต้องเดินตามแนวทางเดียวกัน เห็นได้จาก ระบบ
ปฏิบัติการ Window mobile , Blackberry , Symbian , Palm และ Android ก็กำลังพัฒนาธุรกิจไปในโมเดลเดียวกับ iPhone OS
อย่างไรก็ดีในจำนวนระบบปฏิบัติเกือบทั้งหมด มีเพียงตัวเดียวเท่านั้น ที่น่าจะต่อกรกับ iPhone OS ในตลาดใหญ่ได้อย่างสูสี นั้นก็คือ แอนดรอยด์ “Android” ระบบปฏิบัติการ ที่พัฒนาโดยทีมงานของกูเกิล
สำหรับจุดเด่นของเจ้าตัวนี้ แอนดรอยด์ คือ การเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด(โอเพ่นซอร์ส) ที่รันบนลีนุกซ์ และและเขียนระบบด้วยโปรแกรม Java ซึ่งสิ่งที่ทำให้ “แอนดรอยด์” แตกต่างจากระบบปฏิบัติบนโทรศัพท์มือถืออื่น ตรงที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สนใจ เข้ามาต่อยอดสร้างสรรค์ความคิดพัฒนาแอพพลิเคชันอย่างไม่จำกัด และไม่เสียค่าใช้จ่ายดาวน์โหลดโปรแกรมพัฒนาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะกูเกิลต้องการสังคมออนไลน์ เพื่อเพิ่มผลงานแอพลิเคชันใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นบน แอนดรอยด์ อย่างรวดเร็ว ผิดกับแอปเปิล ที่นักพัฒนาจะต้องเสียค่าดาวน์โหลดโปรแกรมไปพัฒนา ในราคา 99$ (3,400 บาท) สำหรับระดับมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นระดับธุรกิจ ราคาจะอยู่ที่ 299$
ปัจจุบัน กูเกิล ได้เปิดตัว Android Market เปิดให้นักพัฒนา นำซอฟต์แวร์ มาวางขายในตลาดดังกล่าว ซึ่งปริมาณชอฟต์แวร์ในตลาดดังกล่าวขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ สิ่งที่จะช่วยผลักดันให้ แอนดรอยด์ น่าจะประสบความสำเร็จในอนาคต อีกประการ คือ การมีกลุ่มพันธมิตร ซึ่งเป็น ทั้งค่ายผู้ผลิตและผู้ให้บริการเครือข่าย ยักษ์ใหญ่ หนุนหลัง กว่า 34 บริษัท โดยรู้จักกันดีในนาม“Open Handset Alliance” ซึ่งมีบริษัทยักษ์ใหญ่ เข้าร่วม อย่าง กูเกิล , เอชทีซี, อินเทล, แอลจี, ซัมซุง, โมโตโรล่า, เอ็นวีเดีย, ที- โมบาย , หัวเว่ย, โวดาโฟน, โซนี่ อิริกสัน ,อัสซุส, การ์มิน , เอทีแอนด์ที เป็นต้นรวมถึงค่ายผู้ให้บริการ โทรศัพท์มือถือ ในไทย อย่าง เอไอเอส และดีแทค ก็ให้การสนับสนุน เจ้า แอนดรอยด์ ตัวนี้เช่นกัน
พร้อมกันนี้ บรรดาค่ายผู้ผลิตมือถือ ก็เริ่มเข็น โทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ลงตลาดบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็น HTC Dream หรือที่รู้จัก กันในนาม T-Mobile G1 หรือตัวล่าสุด ที่ เอไอเอส เพิ่งนำมาเปิดตัวในประเทศไทย ก็คือ HTC Magic และในเร็วๆนี้ ซัมซุง ก็จะเปิดตัว Samsung I7500 ซึ่งเป็นมือถือที่รองรับ แอนดรอยด์เช่นกัน นอกจากนี้ค่ายอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตร ก็ประกาศว่า จะเริ่มเปิดตัวมือถือแอนดรอยด์ ตามมาในช่วงปลายปีนี้
ไม่พอเท่านั้น เจ้า แอนดรอยด์ ยังไประบาดข้ามสายพันธุ์ ไปยัง เครื่องคอมพิวเตอร์ “เน็ตบุ๊ก”ด้วย
ทั้งนี้ เพราะเจ้า “เน็ตบุ๊ก” หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ขนาดเล็กราคาประหยัด นั้นเฟื่องฟูมากในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้ และคาดว่าจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เติบโตอย่างมากในอนาคต
โดยในปัจจุบัน ผู้ผลิตเน็ตบุ๊กต่างเผชิญทางเลือกในการใช้ระบบปฏิบัติการ ระหว่าง “วินโดวส์” (ที่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์) และ “ลีนุกซ์” (ระบบเปิดที่ใช้ฟรี) ซึ่งปัจจุบัน ทุกเจ้ามีสินค้าให้ ลูกค้าเลือกใช้ 2 ทางเลือก แต่แนวโน้มแล้ว หลายเจ้าเลือกเจ้าลีนุกซ์เพื่อเป็นการลดต้นทุน อีกทั้งยังทำงานได้ดีกว่า วินโดวส์ ที่ค่อนข้างใช้ทรัพยากรมากเกินไป สำหรับสเปกของเน็ตบุ๊ก และด้วยความที่ “แอนดรอยด์” นั้น พัฒนาขึ้นบนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ จึงกลายเป็นทางเลือกให้กับเน็ตบุ๊กไปด้วย ไม่ใช่เฉพาะแค่มือถือ
ล่าสุด เอชพี ได้มองไปถึงระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ ที่จะนำใช้บนเน็ตบุ๊กด้วย เพราะ เอชพี มองว่า แอนดรอยด์ เน้นเกี่ยวกับเรื่องของการสื่อสาร และการทำงานแบบโมบิลิตี้ด้วย ดังนั้นมันน่าจะเหมาะสมสำหรับการใช้งานร่วมกับเน็ตบุ๊กเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ ที่จะมีการติดตั้งอุปกรณ์ให้สามารถรองรับเครือข่าย 3G หรือ WiMAX มาพร้อมในตัว
นี้เป็นเพียงปฐมบท การเปิดตัวของ แอนดรอยด์ คงจะต้องติดตามต่อไปว่า อนาคตสงครามระหว่าง กูเกิล แอนดรอยด์ กับแอปเปิล ไอโฟน จะห่ำหั่นกันเพียงไหน รวมถึงบุคคลที่สาม อย่าง ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ จะปรับทัพสู้กันอย่างไร คิดแล้วสนุกจริงๆๆ
ทักมาเลย